5 อันดับMotorcycleยอดฮิต2020

5 อันดับ motorcycle ยอดฮิต 2020

5 อันดับ มอเตอร์ไซค์ ยอดฮิต2020 อย่างที่บอกไปว่ารถจักรยานยนต์หรือ motorcycle นั้น ช่วยให้เรามีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น ในสภาพจราจรที่หนาแน่นของบ้านเรา หวังว่าทุกคนจะได้รับข้อมูลดีๆ และทางเลือกในการเลือกภาหนะคู่ใจของคุณ sagame168th

1. Honda MSX125

พลังเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 1 ลูกสูบ ขนาด 125 ซีซี. ระบบวาล์วแบบ SOHC จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยอากาศ ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ 6 และรองรับน้ำมัน E20 เกียร์ 4 ระดับ ตัดต่อการส่งกำลังด้วยระบบคลัทช์มือ ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ คล่องตัว และควบคุมได้ง่าย

(Controllable) Honda MSX มาพร้อมระบบช่วงล่างสไตล์สปอร์ต โช้คหน้าแบบหัวกลับขนาดแกน 31 มม. ยึดเกาะถนนมั่นใจด้วยยางหน้ากว้างแบบ Tubeless ขนาด 120/70-12 ในล้อหน้า และ 130/70-12 ในล้อหลัง sagame168th

มอเตอร์ไซค์

2. Honda Dream Super Cub

ใช้งานสะดวกสบายด้วยเกียร์วน 4 ระดับ พร้อมระบบสตาร์ทมือ หรือสตาร์ทเท้าก็ได้ นุ่มนวลทุกการขับขี่ด้วยโช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิค โช้คหลังสวิงอาร์มขนาดใหญ่แบบโครเมียม ปลอดภัยด้วยที่บังโช่แบบเต็ม พร้อมแผงกันความร้อนจากท่อไอเสียแบบโครเมี่ยม กล่องข้างสไตล์เรโทรพร้อมกุญแจล็อก

สามารถใช้เปิดเบาะแยกเพื่อเปิดฝาถังน้ำมัน เติมเต็มสเน่ห์แบบต้นตำรับอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลม แบบฉบับเจแปนนิสเรโทร ใช้งานได้ยาวนาน ส่องสว่างไกลด้วยไฟ LED พร้อมไฟเลี้ยวทรงกลมแบบแยกทั้งหน้า-หลังที่มองเห็นแต่ไกล

มอเตอร์ไซค์

3. Kawasaki Ninja 300

Ninja 300 มาพร้อมชุดแผงหน้าปัดเรือนไมล์ที่ทันสมัย จอเรืองแสงขนาดใหญ่ทั้งแบบอนาล็อก แสดงรอบเครื่องยนต์ และดิจิตอล จอ LCD แบบมัลติฟังก์ชั่นแสดงผลได้ครบถ้วน อาทิ ความเร็ว นาฬิกาบอกเวลา เกจ์วัดน้ำมัน และมาตรวัดระยะทาง นอกจากนี้ยังมีสัญญานไฟเตือนต่างๆอย่างครบครัน มั่นใจได้กับระบบกันสะเทือนของ Ninja 300 sagame168th

โช้คอัพหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิค ขนาด 37 มิลลิเมตร ด้านหลังเป็นโช๊คแก๊สเดี่ยวมาพร้อมสวิงอาร์ม แบบยูนิแทรค ปรับได้ 5 ระดับ

รองรับแรงกระแทกและทรงตัวได้ดีในทุกสภาพถนน ในด้านความปลอดภัยระบบเบรกเป็นจานเบรกเดี่ยวทั้งหน้า และหลัง ขนาด 290 มม. และ 220 มม. ตามลำดับ ทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์เบรกลูกสูบคู่ และยังมาพร้อมระบบเบรก ABS ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการหยุดรถ

มอเตอร์ไซค์

4. Yamaha NMAX

ออโตเมติกรุ่นใหญ่ขวัญใจชาวไทย หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิตอลดีไซน์ใหม่ บ่งบอกข้อมูลการขับขี่อย่างครบครัน สามารถควบคุมผ่านประกับแฮนด์ด้านซ้าย

The big model of automation, the favorite of Thai people. New design digital mileage screen Provides complete driving information Can be controlled through the handlebar on the left

และยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ผ่านแอพลิเคชั่น Y-Connect ซึ่งสามารถดูสถานะการทำงานต่างๆ ของตัวรถ ผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้ทันทีที่เปิดขึ้นมา อีกทั้งยังมีช่องชาร์จแบตโทรศัพท์ ติดตั้งมาให้ในตัวรถ เรียกได้ว่าเอาใจสายโซเชี่ยลกันทั่วหน้าเลยทีเดียว.

And it also comes with a function to connect to a mobile phone. Through the Y-Connect application, which can view the operating status of the car via a smartphone as soon as it opens There is also a phone charging port. installed in the car It can be called pleasing to social media all over the face.

มอเตอร์ไซค์

5. Yamaha YZF-R15

R15 ออกแบบภายใต้ DNA ตามแบบฉบับของรถในตระกูล R-Series รวมถึงการใส่องค์ประกอบเพิ่มเติมเพื่อให้รถมีความเป็น Super Sport มากยิ่งขึ้น

The R15 is designed based on the typical R-Series DNA, including adding additional elements to make the car even more super sporty.

ทั้งเฟรมอลูมีเนียม เดลต้าบ๊อกซ์ ที่มีความแข็งแรงทนทาน สวิงอาร์มอลูมิเนียมน้ำหนักเบา พร้อมกับการบาลานซ์น้ำหนักรถอย่างสมมาตร หน้า-หลัง องค์ประกอบนี้ส่งให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

The aluminum frame Delta Box is strong and durable. Lightweight aluminum swingarm Along with symmetrical weight balance front and rear, this element delivers efficient handling of the car.

การขับขี่บน Yamaha R15 จะให้ความรู้สึกถึง Aerodynamic ที่ดีขึ้น การออกแบบตัวรถที่เน้นความเพรียว เพิ่มความโฉบเฉี่ยวแบบรถสปอร์ต พร้อมไฟ LED ทั้งไฟหน้า และไฟท้าย เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ นอกจากนั้นการออกแบบ R15 ยังคำนึงถึงการใช้งานของกลุ่มคลับที่มีกิจกรรมทัวร์ริ่ง

Riding on the Yamaha R15 gives a better aerodynamic feel, with a sleek body design. Add a sporty slickness with LED lights in both the headlights and taillights, adding to the fierceness of the car. In addition, the design of the R15 takes into account the use of touring clubs.

sagame168th

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลิ๊ก
ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี้ : คลิ๊ก 

บิ๊กไบค์ตระกูล 1000CCขึ้นไป ที่น่าสนใจ 2020

บิ๊กไบค์ตระกูล 1000CCขึ้นไป ที่น่าสนใจ 2020

บิ๊กไบค์ตระกูล 1000CCขึ้นไป ที่น่าสนใจที่น่าขี่ยามว่างหรือออกทริปท่องเที่ยว ในวันหยุดยาวๆ มีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบสปอร์ต เน็กเก็ต แอดเวนเจอร์ รวมถึง โมตาด จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างตามมาดูได้เลย

10. Triumph Thruxton: 480,000 บาท

มอเตอร์ไซค์ที่คลาสสิคและทรงคุณค่ามากที่สุดในยุคนี้ สมรรถนะเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงแนวตั้ง 1200 ซีซี รถสไตล์ Cafe Racer แบบโมเดิร์นคลาสสิค บ่งบอกความเป็นตัวคุณได้อย่างชัดเจน ขนาดตัวรถไม่สูงมากนัก เหมาะกับการขับขี่เดินทางได้สะดวกทั้งคนขับและคนซ้อน

1000CCขึ้นไป

9. Kawasaki Z1000 High Grade : 691,000 บาท

ซูเปอร์เน็คเก็ตหลุดจากสนามแข่ง ที่หลายคนจ่องตาเป็นมันว่าจะมาจำหน่ายเมื่อไหร่ ณ บัดนี้พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ว รุ่นนี้นับเป็นที่สุดของแจ้ในตระกูล Z

ภาพลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว ดุดัน โหดเกินตัว คุณสมบัติพิเศษของโครงสร้างที่ทำให้รถมีน้ำหนักเบา และหากได้เป็นเจ้าของขับออกทริปผ่านทางโค้งสวยๆ

1000CCขึ้นไป

8. Suzuki V-Strom 1000 ABS : 698,000 บาท

เครื่องยนต์แบบวี 2 สูบ ให้การบาลานซ์ตัวรถในยามขับขี่ได้ดี โครงสร้างตัวรถให้มีรูปทรงกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ตอบสนองความเร้าใจ มาพร้อมระบบ Traction Control สบายทุกการขับขี่ เบาะนั่งสบายทั้งผู้ขี่และซ้อนและระบบกันสะเทือน

แบบปรับได้ และระบบกันสะเทือน ที่สามารถปรับค่าสปริงพรีโหลดได้ ให้ควบนุ่มนวลทุกสภาพถนน และให้อัตราเร่งที่เร้าใจทั้งต้นจัดปลายไหล เหมาะมือกับผู้ที่ต้องการพละกำลังและความสะดวกสบายในคันเดียว

1000CCขึ้นไป

7. Honda VFR1200X Crosstourer : 817,000 บาท

รถสไตล์ออฟโร้ดที่อาจไม่ค่อยเห็นมากนัก แต่ในเรื่องสมรรถนะไม่เป็นรองใคร ด้วยเครื่องยนต์ V4 สูบ ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ พร้อมเฟรมออกแบบดุดันสวยงาม อาร์มล้อหลังแบบเดี่ยว แข่งแรงทนทาน และสามารถตกแต่งชุดกล่องเก็บสัมภาระเพื่อความสะดวก

1000CCขึ้นไป

6. Harley-Davidson Sportster : 889,000 บาท

นับเป็นปลายทางที่ใฝ่ฝันของนักบิด จากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ในความคลาสสิกตลอดกาล ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างส่วนหน้าที่บึกบึนแข็งแรงกับแชสซีส์ Sportster ถังน้ำมันทรง Peanut ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ผสมผสานจนได้ออกมาเป็นความคลาสสิก sagame168th

1000CCขึ้นไป

5. BMW R nine T Scrambler : 950,000 บาท

มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 2 สูบ Boxer DOHC ขนาดความจุ 1,170 ซีซี. ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 7,550 รอบ/นาที ระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ sagame168th

ขับเคลื่อนด้วยเพลาขับอันทันสมัย สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบไฟฟ้า และใช้น้ำมันอ๊อกเทน 95 ขึ้นไปเท่านั้นมาพร้อมกับการวางตำแหน่งที่นั่งแบบหลังตรง

และแฮนด์ที่ยกสูงขึ้นเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่ ทั้งยังเสริมสมรรถนะและความโดดเด่นด้วยยางออฟโรดและท่อไอเสียแบบคู่ยกสูง เน้นสไตล์เรโทรที่ผสานความทันสมัยรับรองว่าใครเห็นเป็นต้องอยากได้ครอบครอง

1000CCขึ้นไป

5. Moto Guzzi Audace 1400 : 1,049,000 บาท

บิ๊กไบค์สไตล์ครุยเซอร์ เน้นรูปทรงคลาสสิค ไฟหน้าทรงกลมดีไซน์คลาสสิค พร้อมไฟเลี้ยวแบบแยก เบาะนั่งแบบยาวนั่งได้สองคน มาตรวัดทรงกลมขนาดใหญ่

เครื่องยนต์เครื่องยนต์วางแปลกแหวกแนวขนาด 1,380 ซีซี แบบ 2 สูบวีวางตามยาว แรงม้า 96 ตัว ที่ 6,500 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุดถึง 121 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที

1000CCขึ้นไป

5. Ducati XDiavel S : 1,058,000 บาท

ตัวรถออกแบบใหม่ทั้งหมด เครื่องยนต์แบบ L-Twin (2 สูบ) 4 วาล์ว/สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 9,500 รอบ/นาที และแรงบิดสะใจที่ 128.9 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ใครได้เป็นเจ้าของคงปลิ้ม และขับไม่มีเบื่อ มั่นใจในความเป็นอิตาลี่เต็มร้อย

1000CCขึ้นไป

5. KTM 1290 Super Adventure : 1,349,000 บาท

บิ๊กไบค์สไตล์แอดเวนเจอร์ ให้ความแรงพร้อมลุยและติตตั้งระบบไฟฟ้ากับอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยแบบครบวงจรที่ดีที่สุด เครื่องยนต์ 2 สูบ DOHC 2 วาล์ว/สูบ ขนาดเครื่องยนต์ 1,301.00 cc แบบเครื่องยนต์ 4 จังหวะ sagame168th

Adventure style big bike Providing strength, ready to go and installing electrical systems with the best comprehensive safety equipment. Engine, 2-cylinder, DOHC, 2-valve / cylinder, engine size 1,301.00 cc, 4-stroke engine

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลิ๊ก
ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี้ : คลิ๊ก 

บิ๊กไบค์ตระกูล 1000 CC ที่น่าสนใจ 2020

บิ๊กไบค์ตระกูล 1000CC ที่น่าสนใจ 2020

ถ้าหากสาวกชาว บิ๊กไบค์ เกิดเบื่อ 500 – 600 CC ขึ้นมาละ ?? วันนี้เราจะทำการจัดอันดับ บิ๊กไบค์ ที่น่าสนใจ ตั้งแต่หลักแสนไปหลักล้าน 1000CC มาดูกันว่าจะมีค่ายไหน ทรงไหนที่เข้ากับตัวเราคุณเองมารับชมกันได้เลย

10. CBR1000RRราคา : 731,190 บาท

วางตลาดในบางประเทศในฐานะ ” fire blade”เป็น 998 ซีซี (60.9 ลูกบาศ์ก) ของเหลวเย็น แบบอินไลน์สี่สูบ นำโดยฮอนด้าในปี 2004 เป็นรุ่นที่ 7 ของซีรีส์ CBRของรถจักรยานยนต์ที่เริ่มต้นด้วยCBR900RRในปี 1992

1000CC

9. Aprilia RSV4 ราคา : 731,190 บาท

รถจักรยานยนต์ถูกขายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551 ที่การประชุมกลุ่ม Piaggio นานาชาติใน
มิลานประเทศอิตาลี ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V-4 65 องศา 999.6 cc (61 ลูกบาศ์กใน) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สี่สูบแรกของ บริษัท Aprilia เครื่องยนต์ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการแข่งรถซูเปอร์ไบค์และเครื่องยนต์จะผลิตมากกว่า 200 แรงม้า sagame168th

1000CC

8.Ducati v4rราคา : 2,990,000 บาท

เครื่องยนต์ขนาด 1,103 ซีซี (67.3 ลูกบาศ์ก)  V4เครื่องยนต์แนะนำให้รู้จักกับดูคาติในปี 2018 เป็นทายาทที่V-Twinเครื่องยนต์1299 ขนาดเล็กเป็นไปตามข้อบังคับการแข่งขันประเภท Superbike ซึ่งระบุว่ามากกว่า 750 ซีซีถึง 1,000 ซีซี สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะแบบสามถึงและสี่สูบ

1000CC

7.Yamaha MT-10ราคา : 619,000 บาท

ผลิตโดยบริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ตั้งแต่ปี 2016 เป็นสมาชิกเรือธงของช่วงMTจากยามาฮ่า เครื่องยนต์ครอสเพลนใช้พื้นฐานของYZF-R1ในปี 2015 แต่ปรับแต่งใหม่เพื่อเน้นไปที่แรงบิดต่ำถึงปานกลาง  118 kW  ที่ 11,500 รอบต่อนาทีและ 111 N⋅m  ที่ 9,000 รอบต่อนาที จักรยานที่มีช่องอากาศคล้ายV-Max ที่ไม่ใช้งานได้แทนที่

1000CC

6. BMW S1000RR: 1,050,000 บาท

จักรยานที่ทำครั้งแรกโดย BMW Motorrad ในการแข่งขันในปี 2009 ซูเปอร์ไบค์ชิงแชมป์โลก , มันถูกนำมาใช้ในมิวนิคในเดือนเมษายนปี 2008 และพลังงานจาก 999 ซีซี (61.0 ลูกบาศ์ก) สี่สูบเครื่องยนต์redlinedที่ 14,200 รอบต่อนาที

1000CC

5. Kawasaki Ninja H2: 1,498,000 บาท

Ninja H2R เป็นรถจักรยานยนต์ที่เร็วและทรงพลังที่สุดในตลาด มันสร้างสูงสุด 310 แรงม้า (230 กิโลวัตต์) และ 326 แรงม้า (243 กิโลวัตต์) กับอากาศ ram  H2R มีพลังมากกว่ากฎหมายถนนที่เร็วที่สุด 50%รถจักรยานยนต์  sagame168th

1000CC

4. Kawasaki Ninja H2 SX: 1,090,000 บาท

H2 SX นั้นเป็นมาตรฐานในคาวาซากิ H2 SX SEซึ่งมีน้ำหนักเปียกที่อ้างว่า 260.0 กก.ด้วยชิ้นส่วนเค้นที่ได้รับการแก้ไขเพลาลูกเบี้ยวเพลาข้อเหวี่ยงลูกสูบ

ลูกสูบกระบอกสูบและหัวสูบรวมถึงระบบไอเสียใหม่ที่มุ่งเพิ่มแรงบิดระดับกลาง ระบบไอดีและใบพัดอัดบรรจุอากาศได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน ถังน้ำมันขนาดใหญ่ตัวใหม่เฟรมโครงบังตาข่ายด้านหลังและกระจาดเพิ่มน้ำหนักของจักรยานได้ 19 ปอนด์ 

1000CC

3. Yamaha YZF-R1 : 899,000บาท

ใหม่ YZF-R1 สำหรับรุ่นปี 2550 ประกาศเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2549 มันมีเครื่องยนต์สี่สูบแบบอินไลน์ใหม่ทั้งหมดกลับไปสู่สี่วาล์วธรรมดาต่อสูบแทนที่จะเป็นเครื่องหมายการค้าของยามาฮ่าห้า 998 cc (60.9 ลูกบาศ์กใน), ระบายความร้อนด้วยของเหลว, 20 วาล์ว, DOHC, inline สี่สูบ sagame168th

1000CC

2. GSX-R1000 : 709,000บาท

ใช้ในสนามแข่งแบบ DOHC 4 จังหวะ 4 สูบ ซึ่งเป็นลูกสูบแบบ Forged Aluminum ที่มีความแข็งแรง ทนทาน ปริมาตรกระบอกสูบ 999.8 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์แบบ 6 สปีด พร้อมระบบ Suzuki Clutch Assist System ที่ช่วยผ่อนแรงในการบีบมือคลัตช์ ให้กำลังสูงสุด 148.6 กิโลวัตต์ (202 แรงม้า) ที่ 13,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 117.6 นิวตันเมตรที่ 10,800 รอบ/นาที

1000CC

1. ZX-10R KRT Replica : 699,000บาท

ประเภทเครื่องยนต์ : Liquid-cooled, 4-stroke In-Line Four ปริมาตรกระบอกสูบ
998 cm ระบบวาร์ว  DOHC 16 valvesน้ำหนักรวม 206 kgความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 17 litresระบบส่งกำลัง : 6-speed, return sagame168th

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลิ๊ก
ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี้ : คลิ๊ก 

บิ๊กไบค์ตระกูล 500-600 CC ที่น่าสนใจ 2020

บิ๊กไบค์ตระกูล 500-600 CC ที่น่าสนใจ

ถ้าหากสาวกชาว บิ๊กไบค์ เกิดเบื่อ 300 CC ขึ้นมาละ ?? วันนี้เราจะทำการจัดอันดับ บิ๊กไบค์ ที่น่าสนใจ ตั้งแต่ 500 – 600 CC มาดูกันว่าจะมีค่ายไหน ทรงไหนที่เข้ากับตัวเราเอง มารับชมกันได้เลย

What if Big Bike disciples get bored with 300 CC?? Today we will rank interesting big bikes from 500 – 600 CC. Let’s see which camps are there. Which one is right for us? Come and see it.

10. Honda CBR 500R MY19 ฮอนด้า ซีบีอาร์ ปี 2018 ราคา : 217,000 บาท                         
มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 สูบ 500 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ออกแบบมาสำหรับในการขับขี่แบบเรซซิ่งสปอร์ต เหมาะสำหรับการขี่ออกทริป sagame168th

Equipped with a 500 cc 2-cylinder engine cooled by water. Designed for racing sports driving. Suitable for riding trips

บิ๊กไบค์

9. Benelli TRK 502 X เบเนลลี ปี 2018 ราคา : 235,000 บาท                                         
ทรงรถมีขนาดใหญ่สะดุดตา มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 500 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลัง 35 แรงม้า 

The shape of the car is large and eye-catching. Comes with a 2-cylinder, 4-stroke engine, size 500 cc., water-cooled, 35 horsepower

บิ๊กไบค์

8. BMW G 310 R บีเอ็มดับเบิลยู ปี 2015 ราคา : 209,000 บาท                                              Naked Bike ที่มีความน่าสนใจ เป็นครั้งแรกที่ BMW ผลิตเครื่องยนต์ต่ำกว่า 500 ซีซี มาพร้อมเครื่องยนต์ 1 สูบ DOHC 313 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 34 แรงม้า น้ำหนักเบา 158.5 กิโลกรั

An interesting Naked Bike is the first time BMW produces an engine below 500 cc. It comes with a 1-cylinder DOHC 313 cc engine, water-cooled 34 horsepower, light weight 158.5 kg.

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลิ๊ก
ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี้ : คลิ๊ก 

บิ๊กไบค์ตระกูล 300 CC ที่น่าสนใจ 2020

บิ๊กไบค์ ตระกูล 300 CC ที่น่าสนใจ 2020

ว่าด้วยเรื่อง บิ๊กไบค์ ที่ขนาดรถสำหรับการใช้งานบนถนนเมืองไทย มาดูกันว่ายี่ห้อไหนจะถูกใจคุณ ขนาดไซส์เครื่องยนต์ 300 ซีซี ไม่ว่าจะเป็นในแบบสปอร์ตฟลูแฟริ่งหรือเน็คเก็ตไบค์เท่ ๆ มาด รีวิว บไซส์ 300 ซีซี ที่ดีที่สุดกัน sagame168th

1. Honda CBR300R  ด้วยดีไซน์อันโฉบเฉี่ยว ราคา 133,000 บาท ชื่อรุ่นที่คนไทยคุ้นเคยกับความสวยในสไตล์รถจากค่าย “Big Wing”มาพร้อมกับความแรงจากเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 300 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบบหัวฉีด PGM-FI

บิ๊กไบค์

2. Kawasaki Ninja 300 ABS  ยอดนิยม ราคา 197,000 บาท เส้นสายคล้ายรุ่นใหญ่ ZX-10R ลงตัวในการใช้งานกว่าด้วยเครื่องยนต์ 300 ซีซี เครื่องยนต์ Liquid-cooled DOHC 2 สูบ สี่จังหวะ 8 วาล์ว ขนาด 296 ซีซี ก็เพียงพอแล้วในพิกัดไซส์ 300 ที่จะทำให้หลายคนใจสั่นได้ยามบิดคันเร่ง sagame168th

บิ๊กไบค์

3. Yamaha YZF-R3 ดีเด่นในพิกัด 300cc ราคา 199,500 บาท ช่องดักลมหน้าใน R3 ได้อารมณ์เดียวกับรุ่นพี่ R1 เครื่องยนต์ขนาด 321 ซีซี แบบ 4 จังหวะ สองสูบ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ให้มาแบบ 6 Speed

บิ๊กไบค์

4. Benelli TNT300S สายพันธ์อิตาลี ราคา 139,000 บาท ชอบความต่างในสไตล์เน็คเก็ตต้องคันนี้เลย Benelli TNT 300S เครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียง DOHC ขนาด 299.82 ซีซี จุดระเบิดแบบ Direct coil สี่จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้มอระบบเกียร์ 6 Speed

บิ๊กไบค์

5. Honda CB300F  ดีเด่นของฮอนด้า ราคา 126,000 บาท เลือกอุ่นใจ แม้ไม่หวือหวาที่สุดต้องคันนี้ Honda CB300F เครื่องยนต์ DOHC 4 วาล์ว 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำที่ทำงานร่วมกับระบบหัวฉีด PGM-FI

บิ๊กไบค์

6. Kawasaki Z300 ABS บิ๊กไบค์ 300cc สายพันธ์นินจา ราคา 175,000 บาท แรดดุตัวน้อง Z300 ถูกใจคนชอบรถในตระกูล Z800 แน่นอน เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ขนาด 296 ซีซี 8 วาล์ว หัวฉีด แบบ 4 จังหวะ ระบบเกียร์ 6 สปีด

บิ๊กไบค์

7. Yamaha MT-03 บิ๊กไบค์ 300cc สปอร์ตเน็คเก็ต ราคา 177,000 บาท ทางเลือกที่เร้าใจหากในแบบฟลูแฟริ่งของ R-Series ยังไม่โดนใจพอ ต้องคันนี้ MT-03 มาพร้อมกับขุมกำลังในพิกัด 321 ซีซี 4 จังหวะ DOHC 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ 6 Speed sagame168th

บิ๊กไบค์

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลิ๊ก
ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี้ : คลิ๊ก

Yamaha YZF-R6 2020

Yamaha YZF-R6 2020 ซูเปอร์สปอร์ตไบค์คลาส 600 ซีซี Bigbike ที่ได้รับการออกแบบและออกแบบใหม่ให้ดูล้ำยุค สวยงาม และคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง

“YZF-R1” R6 รุ่นนี้คือการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อน ได้ปรับปรุงเรื่องการควบคุมที่สมบูรณ์ตามหลักอากาศพลศาสตร์ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ sagame168th

เบาะนั่งที่สามารถขับได้อย่างสบายยิ่งขึ้นด้วย R6 คันนี้ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วภายในงาน International Motorcycles ประเทศเยอรมนี และในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ยามาฮ่าได้ประกาศเปิดตัว Yamaha R6 อย่างเป็นทางการด้วยราคาในขณะนั้นที่เปิดตัวที่ 549,000 บาท เรียกได้ว่าเป็นคลาส 600 cc ที่ดุทั้งในแง่ของเครื่องยนต์ และราคาจริงๆ

Yamaha YZF-R6 2020

Yamaha YZF R6 เป็นบิ๊กไบค์ที่โดดเด่นมาก ด้วยไฟหน้าคู่แบบใหม่ โดยใช้ไฟ LED สัญญาณไฟเลี้ยวด้านหน้าที่กระจกมองข้างทั้งสองข้าง

โดดเด่นด้วยการใช้ไฟ LED ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนท้ายได้รับการออกแบบให้เป็น “แอโรไดนามิกส์” ช่วงล่างด้านหน้าแบบ Up-side Down 43 มม. ของ KAYABA สามารถปรับได้แบบเดียวกับ R1 sagame168th

ล้อหน้าเป็นล้ออัลลอย 5 ก้าน ขนาด 17 นิ้ว ยางหน้าขนาด 120/70 ZR 17 ระบบเบรกหน้าเป็นแบบดิสก์คู่ขนาด 320 มม. ปั๊มเบรก โมโนบล็อก 4 ลูกสูบ

ของ BREMBO 4 สูบ เครื่องยนต์ 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแทนเนียม เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลังเครื่องยนต์ 87.1 กิโลวัตต์ 118.4 แรงม้า ที่ 14,500 รอบ/นาที แรงบิด 65.7 นิวตันเมตร ที่ 10,500 รอบ/นาที ระบบฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ อัตรากำลังอัดของเครื่องยนต์ 13.1 : 1

มีระบบจุดระเบิด (TCI) ระบบควบคุมการจุดระเบิดด้วยทรานซิสเตอร์ มาตรวัดความเร็วเป็นแบบดิจิตอล รวมเข้ากับจอแสดงผลแบบแอนะล็อก ความเร็ว ระดับเกียร์ ระดับความร้อน และโหมดต่างๆ และรอบเครื่องยนต์เป็นแบบอนาล็อก โช๊คสามารถปรับได้เต็มที่

Yamaha YZF R6 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว ไททาเนียม ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลังเครื่องยนต์ 87.1 กิโลวัตต์

118.4 แรงม้า ที่ 14,500 รอบ/นาที แรงบิด 65.7 นิวตันเมตร ที่ 10,500 รอบ/นาที ระบบฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ ความจุถังน้ำมัน 17 ลิตร น้ำหนักรถ 190 กก. ตัวรถถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา และควบคุมรถได้ง่าย ขับได้ทั้งหญิงและชาย

118.4 horsepower at 14,500 rev / min, torque 65.7 Nm at 10,500 rev / min, electronic fuel injection system Fuel tank capacity 17 liters, vehicle weight 190 kg. The car is designed to be lightweight. and easy to control the car Can drive both women and men

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลิ๊ก
ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี้ : คลิ๊ก

Yamaha YZF-R6 2017

 Yamaha YZF-R6 2017  สิ้นสุดการรอทดสอบ รีวิวSuper Sport 600 cc ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรุ่นพี่ YZF-R1 หลังจากที่แฟนกีฬาได้เห็นตัวจริงพร้อมกับ Yamaha Riders’ สโมสรเปิดราคาขาย 5.49 น. แสนบาทเอาใจนักแข่งรถที่ต้องทุ่มเงินจองแบบเหนือความคาดหมาย

 Yamaha YZF-R6 2017 

มาว่ากันเรื่องหน้าตาก่อน!! เป็นเวลานานแล้วที่ Yamaha YZF-R6 ไม่ได้เปลี่ยนตั้งแต่ปี 2006 ครั้งนี้ Yamaha ได้จัดการออกแบบใหม่อย่างหนักเพื่อให้มีความสปอร์ตมากกว่าที่เคย

เริ่มจากด้านหน้า มาในสไตล์ All New พร้อมชุดไฟหน้าและไฟหรี่ LED รูปทรงช่องลมสุดโหดได้รับอิทธิพลจาก YZR-M1 รวมถึงแฟริ่งด้านข้างที่ออกแบบให้แอโรมากกว่าเดิม และลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานได้มากกว่ารุ่นก่อนถึง 8% ในขณะที่บั้นท้ายมีแผ่นดักอากาศคล้ายดิฟฟิวเซอร์ที่แกะสลัก R1 รุ่นพี่ไว้อย่างสวยงาม sagame168th

เครื่องยนต์ขนาด 599 ซีซี 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ใช้วาล์วไททาเนียม 124 แรงม้า ที่ 14,500 รอบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ อิงจากบล็อกเครื่องยนต์เดิมแต่ได้รับการปรับปรุงภายใน กำลังอัด 13.1:1 แบบหัวฉีด YCC-T และ YCC-I เกียร์ 6 สปีด พร้อมชุดคลัตช์สลิปเปอร์

Yamaha YZF-R6 มาพร้อมกับระบบควบคุมการยึดเกาะถนน 6 ระดับ (สวิตซ์ปรับได้ทางด้านซ้ายมือ) ทำงานควบคู่กับคันเร่งไฟฟ้า พร้อมปรับโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด (A / STD / B) (สวิตซ์ปรับได้ด้านขวา) เพื่อเลือกให้เหมาะกับทุกสภาพการใช้งาน

Yamaha YZF-R6 comes with a 6-level traction control system (adjustable switch on the left hand side) works in tandem with the electric throttle. Ready to adjust 3 driving modes (A / STD / B) (adjustable switch on the right) to choose to suit all operating conditions.

  • โหมด A : หากต้องการความโหด ดิบ สปอร์ตเต็มขั้น เลือกมันส์กับโหมดนี้ได้เลย ตอบสนองฉับไวในทุกย่านการขับขี่
  • โหมด STD : โหมดปกติที่ส่วนมากจะเลือกใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ดิบกระชากจนเกินไป ให้อารมณ์เร้าใจไม่แพ้กัน
  • โหมด B : ลดทอนกำลังของเครื่องยนต์ลง เพื่อให้ควบคุมง่าย เหมาะกับใช้ถนนลื่น หรือต้องการการขับขี่แบบนุ่มนวล sagame168th

แผงหน้าปัดเต็มไปด้วยรายละเอียด จอแสดงผลดิจิตอลผสานกับมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อกพร้อมไฟเปลี่ยนเกียร์เพื่อเตือนรอบการขับขี่ หน้าจอถึงแม้จะไม่ใหญ่แต่ก็ใส่ข้อมูลทั้งหมดที่จะแสดงได้ หากใครเคยใช้ R1 2012-2014 คงจะคุ้นเคยกับรูปแบบหน้าจอนี้มาก

The dashboard is full of details. A digital display combines with an analog speedometer with gearshift lights to warn you about your revs. The screen, although not large, can contain all the information that will be displayed. Anyone who has used the R1 2012-2014 will probably be very familiar with this screen layout.

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลิ๊ก
ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี้ : คลิ๊ก

Yamaha YZF-R6 2015

Yamaha YZF-R6 2015 2015 Yamaha YZF-R6 ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีดีไซน์ที่สวยงามแม้จะไม่ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์มากว่า 7 ปี ด้วยท่านั่งแบบสปอร์ตที่แทบจะหมอบอยู่กับตัวรถ และยังมีเครื่องยนต์ที่สามารถบิดได้ถึง 18500 รอบต่อนาที มีราคาอยู่ที่ 10,990 ดอลลาร์สหรัฐ

Yamaha YZF-R6 2015

2015 Yamaha YZF-R6 ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีดีไซน์ที่สวยงามแม้จะไม่ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์มากว่า 7 ปี ด้วยท่านั่งแบบสปอร์ตที่แทบจะหมอบอยู่กับตัวรถ sagame168th

Yamaha YZF-R6 2015

และยังมีเครื่องยนต์ที่สามารถบิดได้ถึง 18500 รอบ/นาที YZF-R6 มีราคาอยู่ที่ 10,990 ดอลลาร์สหรัฐฯ อยากได้สีน้ำเงินต้องบวกเพิ่ม 200 เหรียญ (ปัจจุบันยังไม่นำเข้าไทยอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า R6 ใหม่น่าจะนำเข้ามาขายอย่างเป็นทางการ)

ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียงขนาด 599cc พร้อมวาล์วไททาเนียม 16 วาล์ว และเทคโนโลยี Yamaha Chip Controlled Throttle (YCC-T) และเทคโนโลยี Yamaha Chip Controlled Intake (YCC-I) Yamaha YZF-R6 ตั้งแต่ปี 2008 สามารถเรียกร้องพละกำลังสูงสุดได้ ถึง 110 ม้าที่ 14500 รอบแล้ว จากทั้งหมดที่กล่าวมา Yamaha YZF-R6 เป็นจักรยานที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสนามแข่ง เพื่อเอาไปขี่บนถนนปกติ เหมือนกับถนนของประเทศไทยไม่สามารถเรียกประสิทธิภาพสูงสุดได้ sagame168th

 ถึงแม้ว่า YZF-R6 จะปรากฎให้เห็นในรายการ Supersport จนชินแต่ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนโฉมใหม่สักที แม้แต่ตัว R6 ปี 2015 ก็ยังมีรูปลักษณ์แบบเดิมที่เปลี่ยนแค่สีเท่านั้นเอง 

YZF-R6 2015

 ทั้งยังมี Twin-injector fuel injection คู่หัวฉีดฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฉีดละอองน้ำมันเชื้อเพลิงในรอบต่อนาทีสูง 

Yamaha YZF-R6 2015

ข้อมูลจำเพาะ+599 cc inline 4 สูบ 16 วาล์วไททาเนียม +ขนาดกระบอกสูบ/ระยะชัก – 67.0 x 42.5 มม. +อัตราส่วนกำลังอัด – 13.1:1 +การจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง – ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง YCC-T และ YCC-I + ระบบจุดระเบิด – TCI: การจุดระเบิดที่ควบคุมด้วยทรานซิสเตอร์ + ระบบส่งกำลัง

คลัตช์สลิปเปอร์คลัตช์ 6 สปีด พร้อมระบบกันสะเทือนหน้า – โช้คหัวกลับ 41 มม. ปรับ 4 ทิศทาง เดินทาง 4.5 นิ้ว + ช่วงล่างด้านหลัง – ช็อตเดี่ยว; ปรับ 4 ทิศทาง เดินทาง 4.7 นิ้ว + เบรคหน้า – ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 310 มม. คาลิปเปอร์ 4 จุด + ระบบเบรก หลัง –

ดิสก์เบรก ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ + ขนาดยาง หน้า – 120/70-ZR17 58W + ขนาดยาง , หลัง – 180/55-ZR17 73W, Yamaha size R6 +ยาว – 204 cm +กว้าง – 70 cm +สูง – 110 cm +ความสูงเบาะ – 85 cm +ระยะฐานล้อ – 137 cm +ความจุน้ำมัน – 17 ลิตร +น้ำหนักสุทธิ – 189 กิโลกรัม

6-speed slipper clutch with front suspension – 41 mm inverted shock absorber, 4-way adjustment, 4.5 inches of travel + rear suspension – single shock; 4-way adjustment, travel 4.7 inches + front brake –

dual disc brakes, size 310 mm., 4 point calipers + rear brake system – disc brakes, size 220 mm. with caliper + front tire size – 120/70- ZR17 58W + tire size, rear – 180/55-ZR17 73W, Yamaha size R6 + length – 204 cm + width – 70 cm + height – 110 cm + seat height – 85 cm + wheelbase – 137 cm +capacity Petrol – 17 liters +net weight – 189 kg.

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลิ๊ก
ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี้ : คลิ๊ก

Kawasaki Ninja ZX-6R ABS 2015

Kawasaki Ninja ZX-6R ABS 2015 30 ปีที่แล้วค่ายคาวาซากิสร้างบิ๊กไบค์ ซูเปอร์สปอร์ตอย่าง Ninja ในคลาส 600 ซึ่งตอนนี้ทางค่ายยังคงพัฒนารถยนต์ในคลาสนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของนินจา ตอนนี้ Ninja ZX-6R รุ่นมิดเดิลเวทในปี 2015 sagame168th

ได้แสดงให้โลกได้เห็น หลังจากอยู่ในวงการมามากกว่า 30 ปี กับค่ายที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพและพลังอันเป็นเอกลักษณ์สำหรับนินจาคนนี้ วันนี้ GreatBiker นำรายละเอียดทั้งหมดมาให้คุณ

Kawasaki Ninja ZX-6R ABS 2015

มาดูรายละเอียดการออกแบบกันก่อนครับ Kawasaki Ninja ZX-6R เป็นรถสปอร์ตจำลอง ด้วยรูปลักษณ์ของแฟริ่งและท่าทางการขับขี่ที่คล้ายกับรถแข่ง

กระบังหน้าที่ค่อนข้างใหญ่สามารถช่วยตัดลมที่ปะทะกับเราได้ดี ที่นั่งเป็นแบบยกระดับสองขั้น เมื่อพิจารณาจากความบางของเบาะนั่งแล้ว ถือได้ว่าเกิดมาเพื่อการแข่งขันหรือการเดินทางในระยะทางปานกลาง มากกว่าที่จะใช้สำหรับการเดินทางระยะไกลsagame168th

พลังของรถคันนี้คือ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 636cc ที่บางคนเรียกว่า ZX 636 กับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ DOHC 4 สูบ ระบายความร้อนด้วยของเหลว สี่วาล์วต่อลูกสูบ ขนาดเจาะ x ระยะชัก 67.0 x 45.1 มม. อัตรากำลังอัด 12.9:1

ระบบหัวฉีด TCBI (ดิจิตอล) จุดระเบิด เกียร์พร้อมเกียร์ 6 สปีด ขับเคลื่อนด้วยโซ่ เมื่อพิจารณาจากลักษณะโดยรวมของนินจาคันนี้แล้ว จักรยานยนต์คันนี้ให้แรงบิดที่ดีเยี่ยมในช่วงเริ่มต้นและช่วงกลาง รวมถึงตอนจบที่ยังไปต่อได้ถ้าคุ้นเคยกับรอบของมันเป็นอย่างดี

ZX-6R ใช้เฟรมอลูมิเนียม ขนาดรถ ยาว 208.53 x 70.62 x 111.50 ซม. x กว้าง x สูง เบรกหน้าเป็นดิสก์คู่ Nissin ขนาด 310 มม. ติดเรเดียล 4 ลูกสูบ

พร้อมคาลิปเปอร์ ABS โมโนบล็อกที่ด้านหลัง ใช้ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. พร้อมคาลิปเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยว ABS โช๊คหัวกลับ Showa ขนาด 4.7 นิ้ว ปรับพรีโหลดได้ โช้คหลังขึ้นอยู่กับลิงค์ด้านล่างขนาด 5.3 นิ้วของ Uni-Track ที่ชาร์จด้วยแก๊ส และแน่นอนว่าสามารถปรับพรีโหลดได้เช่นกัน

มาดูส่วนยางกันบ้าง ล้อหน้าขนาด 120/70 ZR17 และล้อหลัง 180/55 ZR17 ระยะห่างระหว่างล้อ 139.446 ซม. ความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่ง 83.058 ซม. ซึ่งค่อนข้างสูงเช่นกัน ถังน้ำมันมีความจุ 17 ลิตร ซึ่งค่อนข้างมากสำหรับรถประเภทนี้ ZX-6R มีน้ำหนัก 194 กก. และมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Metallic Matte Carbon Grey และ Flat Ebony

โดยรวมแล้ว Kawasaki Ninja ZX-6R เป็นรถสปอร์ต อีกหนึ่งแบบจำลองที่ดีมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ตตัวจริง เช่นเดียวกับที่ใช้ในสนามแข่ง รถรุ่น 600cc ถือว่าเป็นหนึ่งในรุ่นที่ดูสนุกที่สุด เนื่องจากขนาดเครื่องยนต์ค่อนข้างเหมาะสม ไม่น้อยหน้าคู่แข่งอย่าง Honda CBR600RR และ Yamaha R6 ที่ราคา 12,699 ดอลลาร์สหรัฐ จาก Kawasaki ประมาณ 413,828 บาท sagame168th

Overall, the Kawasaki Ninja ZX-6R is a sports car, yet another very good model for true sports car enthusiasts. Just like used on the racetrack, the 600cc is one of the funniest. Because the engine size is quite suitable. Not inferior to competitors such as the Honda CBR600RR and Yamaha R6, priced at $12,699 from Kawasaki, about 413,828 baht.

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลิ๊ก
ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี้ : คลิ๊ก

Kawasaki Ninja ZX-6R 2013

Kawasaki Ninja ZX-6R 2013 วันนี้ขอนำเสนอรีวิวรถจักรยานยนต์ของ ที่จัดว่าเป็นรถระดับกลาง พร้อมข้อมูลพื้นฐาน เครื่องยนต์ให้กำลัง 112 แรงม้า ที่ 13,300 รอบต่อนาที แรงบิด 46.4 ปอนด์-ฟุต ที่ 11,300 รอบต่อนาที เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2013 sagame168th

ถือว่ามีแรงม้าเพิ่มขึ้นประมาณ 3.3 หน่วย ซึ่งถือได้ว่าแรงม้าเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยขนาดกระบอกสูบที่เพียง 37 ซีซี แต่ที่นินจากินมากที่สุดคือการขับเคลื่อนระดับกลาง ด้วยความเร็วระหว่าง 5,000 ถึง 11,000 รอบต่อนาที จะให้แรงม้าเพิ่มอีก 5 แรงม้า ซึ่งมากกว่ารุ่น 600 แต่ถ้าถามว่า Ninja ZX-6R มีกี่ซีซี?

ต้องบอกว่าทีม Kawasaki เองเป็นคนออกแบบชุดแข่งเอง ไม่ค่อยสนใจตลาดรถแข่งเท่าไหร่ ชอบทดลองอะไรแปลกๆ ZX-6R มีปริมาตรกระบอกสูบ 636cc แทนที่จะเป็น 599cc สำหรับจักรยานยนต์มาตรฐาน sagame168th

นั่นเป็นเพียงตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้เท่านั้น แต่ถ้าคุณลองขับมอเตอร์ไซค์คันนี้ด้วยตัวเอง รับรองว่าคุณจะได้อะไรมากกว่าที่เห็น ผลที่ได้คือการขับขี่ที่นุ่มนวลมาก

หากคุณใช้ 600cc และหมุนมันสักสองสามพันรอบ คุณอาจได้ยินแต่เสียงคำรามของเครื่องยนต์แทนที่จะสัมผัสถึงกำลัง แต่นินจานี้ให้ความแข็งแกร่งที่ดีตั้งแต่เริ่มบิด ขับสนุกทุกความเร็ว ด้วยกำลังที่กระจายไปในทุกช่วงความเร็ว ไม่มีแรงตก

Kawasaki Ninja ZX-6R 2013

ในแง่ของการขี่ มันให้ความรู้สึกเทียบเท่ากับการขี่ Suzuki GSX-R750 ตรงนั้น นักบิดที่มีชื่อเสียงเปรียบเทียบ Ninja กับรถจักรยานยนต์ขนาดกลางทั้งหมด และได้ข้อสรุปว่า “ไดรฟ์ระดับกลางให้ความรู้สึกเหมือนขับรถยนต์ 750cc” “รถคันนี้ทรงพลังมากจนเมื่อเข้าโค้งก็แทบไม่ต้องวุ่นวายกับการเปลี่ยนเกียร์” มากไปกว่านั้น

มาดูเลขทดสอบของรุ่น 750cc กันบ้างครับ อาจจะเห็นภาพ 2013 Ninja ZX-6R ทำความเร็วได้ 10.69 วินาทีที่ 129.24 ไมล์ต่อชั่วโมง ใกล้เคียงกับเวลาของ GSX-R750 ที่ 10.44 วินาที และ 133.31 ไมล์ต่อชั่วโมง และ Suzuki จะมีน้ำหนักใกล้เคียงกัน แต่มีแรงม้ามากกว่า (สูงสุด 122 แรงม้า)

ทีมคาวาซากิออกแบบจักรยานยนต์โดยเน้นที่การขับขี่ที่นุ่มนวลและนุ่มนวลยิ่งขึ้น โดยการลดแรงต้านของพวงมาลัย การติดตั้งระบบบังคับเลี้ยวแบบเสียดทานต่ำ รวมถึงการถอดระบบแดมเปอร์ออกจากระบบบังคับเลี้ยว อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงนี้ การขับขี่ไม่ว่าจะขับบนสนามแข่งหรือบนถนนปกติจะนุ่มนวลขึ้นและรู้สึกเบาขึ้นมากแม้ว่ารถจะมีน้ำหนักเกือบ 200 กก.

จำเป็นต้องพูดในการจราจรคับคั่งในชั่วโมงเร่งด่วน ด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวของรุ่นนินจานี้ และระบบบังคับเลี้ยวตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ทำให้เราสามารถรักษาสมดุลได้แม้ในความเร็วต่ำที่แทบจะหยุดวิ่ง

กระจกมองข้างที่ออกแบบมาอย่างดีให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ระบบช่วงล่างพร้อมรองรับรอยต่อของถนนคอนกรีตได้เป็นอย่างดี รวมถึงระบบเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลทุกความเร็ว

Well-designed side mirrors provide excellent driving visibility. The suspension system is ready to support the joints of concrete roads very well. including a smooth gear change system at all speeds sagame168th

ที่น่าสังเกตอีกอย่างคือถ้าเราขับด้วยความเร็วสูงและต้องหยุดกะทันหัน สำหรับรถยนต์ทั่วไป เครื่องยนต์อาจดับ แต่นินจาคนนี้จะมีไฟบนแป้นหมุนไปที่เกียร์ที่อยู่ผิดตำแหน่ง ทำให้เราเปลี่ยนเกียร์เร็วขึ้น

It is also worth noting if we drive at high speed and have to stop suddenly. for general cars the engine may be off But this ninja has a light on the dial to the gear that is in the wrong position. makes us change gears faster

ขอบคุณข้อมูลจาก : คลิ๊ก
ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี้ : คลิ๊ก